อิตาลี และ อังกฤษ จำกัดอายุในการฉีดวัคซีนแอสตร้า

9 เม.ย 2564 เวลา 08:33 น.
บทคัดย่อ

อิตาลี และ อังกฤษ จำกัดอายุในการฉีดวัคซีนแอสตร้า

FXTHAINEWS

อิตาลีแนะให้ใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ากับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเท่านั้น อังกฤษแนะคนอายุต่ำกว่า 30 ใช้วัคซีนตัวอื่น หลังพบความเป็นไปได้วัคซีนเชื่อมโยงอาการลิ่มเลือดอุดตันที่พบได้ยากมาก

หลังจากรัฐมนตรีสาธารณสุขสหภาพยุโรป (อียู) ตกลงกันไม่ได้เรื่องข้อแนะนำการใช้วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า เมื่อวันพุธ (7 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นกระทรวงสาธารณสุขอิตาลีจึงแนะนำให้ใช้วัคซีนดังกล่าวกับผู้ที่มีอายุเกินกว่า 60 ปีเท่านั้น แต่ระบุว่า คนกลุ่มอายุดังกล่าวที่ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรกไปแล้วสามารถฉีดเข็มสองต่อได้







เจ้าหน้าที่รายหนึ่งของอังกฤษเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ คณะที่ปรึกษาให้คำแนะนำใหม่แก่รัฐบาลว่า หากเป็นไปได้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 30 ปี ควรใช้วัคซีนตัวอื่น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการระมัดระวังขั้นสูงสุด ไม่ใช่เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย

ด้านสำนักงานยายุโรป (อีเอ็มเอ) ย้ำว่า พบความเป็นไปได้ที่วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าอาจเกี่ยวข้องกับอาการลิ่มเลือดอุดตันที่เกิดได้ยากมาก แต่อย่างไรเสียการปกป้องผู้คนให้พ้นจากโควิด-19 นั้นสำคัญมาก

อีเอ็มเอ ได้รับรายงานผู้ป่วยอาการลิ่มเลือดอุดตันในสมองที่พบได้ยาก 169 คน เมื่อต้นเดือน เม.ย. หลังจากฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไปแล้ว 34 ล้านโดส ใน 27 ประเทศอียูรวมถึงไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และลิกเทนสไตน์

อีเอ็มเอไม่ได้ออกคู่มือฉบับใหม่เรื่องการใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า กล่าวเพียงว่าแต่ละประเทศควรตัดสินใจเองว่าจะจัดการความเสี่ยงอย่างไร

ในเยอรมนี ที่สัปดาห์ก่อนแนะนำให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปี ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าโดสเดียว อีกโดสให้เป็นวัคซีนตัวอื่น เจ้าหน้าที่รายหนึ่งกล่าวว่า คนที่ฉีดวัคซีนเกิดภาวะลิ่มเลือดที่พบได้ยากสูงขึ้น 20 เท่า

แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้พบการเกี่ยวข้องกันระหว่างวัคซีนกับลิ่มเลือดอุดตัน แต่ความเสี่ยงนั้นยังน้อยกว่าความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19 ที่อาจเป็นเหตุให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันควบคู่กับอาการรุนแรงอื่นๆ ด้วย

“ความเสี่ยงเสียชีวิตจากโควิดมากกว่าความเสี่ยงเสียชีวิตจากผลข้างเคียงที่เกิดได้ยากจากวัคซีนมาก” นางอีเมอร์ คุก ผู้อำนวยการบริหารอีเอ็มเอกล่าว

วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าถือว่าถูกที่สุดและผลิตออกมาปริมาณมากที่สุดในตอนนี้ การขนส่งและจัดเก็บไม่จำเป็นต้องใช้ตู้แช่เย็นจัดเหมือนวัคซีนตัวอื่น จึงมีแนวโน้มว่าจะเป็นวัคซีนตัวหลักในประเทศกำลังพัฒนา

สภาพในอียูขณะนี้หลายประเทศกำลังเจอปัญหาคนไข้ล้นโรงพยาบาล เนื่องจากผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่ติดต่อกันได้ง่ายขึ้นเพิ่มจำนวนขึ้นมาก อีกทั้งการฉีดวัคซีนของอียูยังตามหลังอังกฤษและสหรัฐ เป็นเหตุให้ฝรั่งเศสและหลายประเทศต้องล็อกดาวน์อีกรอบ

ที่ออสเตรเลีย หนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิง เฮอรัลด์ รายงานว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจำนวนหลายแสนโดสจากอังกฤษถูกขนส่งมาทางเครื่องบินแล้ว

รายงานข่าวระบุ วัคซีนผลิตในอังกฤษล็อตแรก 300,000 โดส มาถึงสนามบินซิดนีย์เมื่อวันที่ 28 ก.พ. หนึ่งเดือนหลังจากคณะกรรมาธิการยุโรปสั่งควบคุมการส่งออกวัคซีนที่ผลิตในอียู

อีกหนึ่งล็อตใหญ่ขนส่งมากับเครื่องบินโดยสารของสายการบินเอมิเรตส์มาถึงในเดือน มี.ค. หลังจากอิตาลีและคณะกรรมาธิการยุโรปไม่อนุญาตให้แอสตร้าเซนเนก้าขนส่งวัคซีน 250,000 โดสไปให้ออสเตรเลีย

เจ้าหน้าที่อังกฤษผู้ไม่เปิดเผยนามรายหนึ่งกล่าวกับหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ว่า การขนส่งวัคซีนมายังออสเตรเลียไม่ได้ทำให้การฉีดวัคซีนของอังกฤษ ที่เร็วที่สุดประเทศหนึ่งของโลกเสียหาย

นายกรัฐมนตรีสก็อต มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ยืนยันว่า ยังฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้าเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

เพิ่มเพื่อนเพื่อรับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม 

https://lin.ee/L1RIwtv

Line ID : @fxthai

Web : https://fxthainews.com/

FB : https://www.facebook.com/Fxthainews-100996785173250

cr.bangkokbiznews

แสดงความคิดเห็น